“วราวุธ” ย้ำความสำคัญ “เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า” ผู้ปกป้องความสมบูรณ์ของผืนป่าแทนคนไทย 67 ล้านคน
วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2565) เวลา 09.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ รายการ สารตั้งต้น สถานีโทรทัศน์ PPTV ในประเด็น เจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่า และการดูแลสัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า ณ ห้องรับรองชั้น 20 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยจะมีการเผยแพร่ออกอากาศในวันที่ 9 มีนาคม 2565 เวลา 22.45 น.
โดย นายวราวุธ ได้กล่าวในช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ว่า ภารกิจของเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่า ไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำงาน หากไม่มีใจรัก คงไม่สามารถอยู่ได้ เพราะการออกไปลาดตระเวนในป่าครั้งละ 3 วัน 5 วัน ตามวงรอบของการลาดตระเวนแล้ว ระหว่างทางอาจต้องเจอกับเหตุการณ์อันตราย ทั้งจากสิงสาราสัตว์ที่เข้ามาทำร้ายจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต ดังเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้น คือ การเจอกับผู้ไม่หวังดีที่เข้ามาลักลอบตัดไม้ ลักลอบล่าสัตว์ป่า และบางครั้งเจ้าหน้าที่ของเราต้องไปติดกับดักสัตว์ที่ถูกวางเอาไว้ สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ พวกเขาจึงเป็นส่วนสำคัญของการเฝ้าระวัง ป้องกัน และรักษาผืนป่าให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้ง 67 ล้านคน ให้มีผืนป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ดังนั้น การสร้างความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนที่อยู่โดยรอบพื้นที่ป่า ให้ร่วมเป็นหูเป็นตาร่วมกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเสริมความร่วมมือในการดูแลรักษาป่าได้
ส่วนกรณีการของบกลางจากรัฐบาลเพื่อนำมาจ้างเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในส่วนที่ถูกตัดลดงบประมาณปี 2565 ทางกระทรวงฯ ได้ดำเนินการทันทีตั้งแต่ในเดือนตุลาคม 2564 หลังจากที่ได้รับทราบ จึงทำให้สามารถได้รับอนุมัติงบกลางจำนวน 251 ล้านบาท จากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เพื่อนำมาจ้างงานเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจำนวน 3,999 อัตรา ได้ครบตามจำนวนเดิม ตั้งแต่เดือนมีนาคม - กันยายน 2565 ในช่วงที่ผ่านมา จึงต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าหลายท่านที่ได้เสียสละ ยอมลดเงินเดือน เพื่อช่วยเหลือเพื่อนอีกหลายท่านให้ยังคงได้รับการจ้างอยู่ ซึ่งคาดว่าเหตุการณ์เช่นคงจะไม่ต้องเกิดขึ้นอีกในอนาคต
ในส่วนของงบประมาณการดูแลสัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกปรับลดงบประมาณประจำปี 2565 ด้วยเช่นกัน ได้ให้หน่วยงานดำเนินการเจียดจ่ายงบประมาณของหน่วยงาน และรายได้ของอุทยานฯ มาบริหารจัดการในการดูแลอาหารของสัตว์ป่าไปพลางก่อน นอกจากนี้ ยังมีโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่า ที่เปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลสัตว์ป่าเหล่านี้ด้วย รวมถึงการสร้างร่วมมือกับภาคเอกชนในการหาอาหารมาเพิ่มให้กับสัตว์ป่า
