“ที่ปรึกษา รมว.ทส.” ย้ำ “ป่าชุมชน” ช่วยสร้างรายได้ ชุมชนมั่นคง กินดีอยู่ดี ต่อยอดเศรษฐกิจฐานราก สร้างความมั่นคงฐานทรัพยากร
วันที่ 24 พฤษภาคม 2565 ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานเปิดงานวันป่าชุมชนแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2565 ซึ่งกำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 23 - 25 พ.ค.2565 ณ โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท และศูนย์การค้า เซียร์ รังสิต จังหวัดปทุมธานี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่ทรงมีพระราชปณิธาน สืบสาน รักษา ต่อยอด แนวทางพระราชดำริฯ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่า ดิน น้ำ เพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ และเพื่อให้ “คน” กับ “ธรรมชาติ” อยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัยและเอื้อประโยชน์ต่อกันได้อย่างยั่งยืน โดยมี นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารฯ เข้าร่วมงาน
ดร.ยุทธพล กล่าวว่า การจัดงานวันป่าชุมชนแห่งชาติ ประจำปี 2565 ในครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อเครือข่ายป่าชุมชนทั่วประเทศ ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการป่าชุมชนเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาป่าชุมชนแต่ละแห่งอย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับภูมิสังคมหรือวัฒนธรรมประเพณีที่หลากหลาย ตลอดจนมีการจัดนิทรรศการป่าชุมชนต้นแบบผลผลิต ผลิตภัณฑ์จากป่าชุมชน หรือที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับป่าชุมชน เพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจแบบใหม่ (BCG Model) จำนวนมากกว่า 30 บูธ ซึ่งจะทำให้ประชาชนที่มาร่วมงานได้มีโอกาสทำความรู้จักกับชุมชนผู้ดูแลรักษาป่าจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผลผลิต ผลิตภัณฑ์จากเครือข่ายป่าชุมชน ชุมชนคนดูแลป่า โดยการอุดหนุนผลิตภัณฑ์จากป่าชุมชน เพื่อเป็นรายได้ให้กับชุมชน เป็นขวัญและกำลังใจให้กับชุมชนคนดูแลป่า เพื่อให้ป่าไม้คงอยู่สำหรับเป็นปอดให้กับคนเมืองต่อไป
ที่ปรึกษา รมว.ทส. กล่าวต่อว่า ต่อจากนี้ วันป่าชุมชนแห่งชาติ ในวันที่ 24 พฤษภาคม ของทุกปี จะเป็นวันแห่งการรวมพลังของประชาชนชาวไทยจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเครือข่ายป่าชุมชนและพี่น้องป่าชุมชนทั่วประเทศ ได้ร่วมกันดูแลรักษาป่า ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่ายิ่งและเพื่อส่งต่อมอบให้ลูกหลาน สร้างขวัญและกำลังใจให้กับชุมชนที่ดูแลรักษาป่า เกิดความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติแก่ชุมชนต่อไป ซึ่งกระทรวงฯ ต้องขอขอบคุณภาคเอกชนและภาคี ที่มีส่วนสนับสนุนโครงการ สนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้อน และสนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ ทั้งทุนทรัพย์ องค์ความรู้ อุปกรณ์ รวมถึงการส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ที่เหมาะสมต่อป่าชุมชน เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่สำคัญและยั่งยืน บรรเทาปัญหาโลกร้อนไปพร้อมกับการเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตัวเองของชุมชนตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง จึงขอเชิญชวนพี่น้องเครือข่ายป่าชุมชน หน่วยงาน องค์กร และภาคประชาชน ร่วมกันดูแลรักษาและตระหนักถึงความสำคัญของป่าชุมชน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรป่าไม้ ทำให้ป่าเกิดความอุดมสมบูรณ์ ยั่งยืน สืบทอดเป็นมรดกตกทอดไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานสืบไป
