รัฐมนตรีฯ วราวุธ ให้สัมภาษณ์ Bloomberg เน้นย้ำ ไทยยังคงเดินหน้าแก้ปัญหาขยะพลาสติก มุ่งเป้ารีไซเคิล 100% ภายในปี 2570
วันนี้ (6 กรกฎาคม 2565) เวลา 11.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว Bloomberg เกี่ยวกับการจัดการขยะพลาสติกในประเทศไทย
โดย นายวราวุธ กล่าวว่า กว่า 60 ปีมาแล้ว ชาวสวีเดนได้คิดค้นถุงพลาสติกขึ้นมาเพื่อดูแลต้นไม้จำนวนมากที่ถูกตัดไปเพื่อทำถุงกระดาษ แต่มนุษย์เราเองเห็นว่าการใช้พลาสติกนั้น สะดวก สบายต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบัน จึงมีการใช้กันอย่างเกินความจำเป็น และไม่ได้มีการจัดการที่ถูกต้อง ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน ให้มีการลด ละ เลิก การใช้พลาสติก ซึ่งถือได้ว่า เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การดำเนินนโยบายภาครัฐประสบความสำเร็จ
นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงปัญหาการลักลอบนำเข้าขยะพลาสติกผิดกฎหมายจากต่างประเทศ ซึ่งทางกรมควบคุมมลพิษได้ติดตามเรื่องดังกล่าวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ที่ท่าเรือ และมีมาตรการลดการนำเข้าเศษพลาสติก โดยนำเข้าเฉพาะเศษพลาสติกบางชนิดที่ประเทศไทยมีไม่เพียงพอที่จะใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตเท่านั้น และจะใช้เศษพลาสติกภายในประเทศมารีไซเคิลให้ได้ ร้อยละ 100 ภายในปี พ.ศ. 2570 ซึ่งเป็นไปตาม Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 - 2570 ทั้งนี้ จะต้องเป็นไปตามหลักการที่ว่า ผู้ใด หรือประเทศใดก่อให้เกิดขยะ ก็จะต้องเป็นผู้จัดการกับขยะเหล่านั้น
นายวราวุธ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยยังได้มีการรณรงค์ให้ประชาชนโดยทั่วไปช่วยกัน ลด ละ เลิกการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ภายใต้ campaign “everyday say no to plastic bags” ซึ่งเกิดขึ้นจากกรณีที่ลูกพะยูน “มาเรียม” ตายลง และพบว่ามีเศษขยะพลาสติกอยู่ในช่องท้อง รวมถึงเรื่องความปลอดภัยทางอาหารจากไมโครพลาสติกที่ส่งผลต่อสุขภาพประชาชน ตลอดจนได้มีการส่งเสริมให้ประชาชนช่วยกันแยกขยะตั้งแต่ต้นทางด้วย ทำให้ประชาชนมีความตื่นตัว และมีส่วนร่วมในการจัดการกับขยะพลาสติก โดยที่ภาคเอกชนก็ได้มีการนำเทคโนโลยี up-cycling มาช่วยในการจัดการด้วย เช่น การเพิ่มมูลค่าเศษพลาสติกให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น อาทิ เส้นใยสำหรับการทอผ้า เป็นต้น “ท้ายที่สุดแล้ว ก็ต้องยอมรับกันว่า ปัญหาเรื่องขยะพลาสติกไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน เป็นปัญหาที่สะสมมานาน ประเทศไทย โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้พยายามอย่างยิ่งที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ได้มากที่สุด เร็วที่สุดด้วยมาตรการต่าง ๆ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้บริโภคด้วย”
