ปลัดฯ จตุพร เคาะ 1 ต.ค. ปีหน้า ประเทศไทย ต้องมี กรมแก้ปัญหา Climate Change
วันนี้ (21 กรกฎาคม 2565) เวลา 11.00 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) ในฐานะที่ปรึกษาคณะทำงานศึกษาการจัดตั้งกรมเพื่อรองรับภารกิจด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานฯ ครั้งที่ 1/2565 โดยมี นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองปลัดกระทรวงฯ ร่วมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงบประมาณ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 17 อาคารกระทรวงฯ และผ่านระบบ Video Conference ตั้งเป้า ภายใน 1 ตุลาคม 2566 ประเทศไทยต้องมีกรมรองรับภารกิจด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปกท.ทส. ได้เน้นย้ำต่อที่ประชุมถึงนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายวราวุธ ศิลปอาชา) ที่ได้ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปภารกิจและโครงสร้าง ตลอดจนกระบวนการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ที่ต้องไม่กระทบกับอัตรากำลังภายในกระทรวงฯ เพื่อรองรับภารกิจด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) อีกทั้งเป็นการแสดงให้ประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนได้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลไทยในการยกระดับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง ตลอดจนเชื่อมโยงกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ที่ได้แสดงเจตนารมณ์ไว้ในการประชุม COP26 ในการให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065
ปกท.ทส. ได้แนะให้กำหนดกรอบภารกิจด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบ โครงสร้าง และระบบการบริหารราชการภายในกรมใหม่ให้มีความชัดเจน ไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อน
ตลอดจนสอบถามความคิดเห็นจากบุคคลภายนอกร่วมด้วย ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม (NGOs) ภาคการศึกษา และภาคประชาชน ที่สำคัญ ขอให้ตั้งใจและตระหนักว่า การปฏิรูปในครั้งนี้เพื่อให้เกิดคุณประโยชน์กับประเทศชาติอย่างแท้จริง โดยตั้งเป้าหมาย ภายใน 1 ตุลาคม 2566 ต้องมีกรมรองรับภารกิจด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขึ้นในประเทศไทย
