ทส. จับมือ อว. ศธ. และ กยศ. หนุนคนรุ่นใหม่ มีจิตสาธารณะ ปลูกต้นไม้ล้านต้น ล้านความดี
วันนี้ (22 กรกฎาคม 2565) เวลา 10.00 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ "ต้นไม้ล้านต้น ล้านความดี" ระหว่าง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีและร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องแถลงข่าว อว. และมีนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมด้วยนายสิทธิชัย เสรีส่งแสง รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และผู้แทนจากกรมป่าไม้ เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย
ปกท.ทส. ได้ชื่นชมและขอบคุณการริเริ่มโครงการ "ต้นไม้ล้านต้น ล้านความดี" ซึ่งมีประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการเป็นต้นทุนคาร์บอนเครดิตให้กับประเทศ พร้อมยืนยันว่า กระทรวงฯ โดย นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. พร้อมให้การสนับสนุนพันธุ์กล้าไม้และพื้นที่ในการปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศอย่างเต็มที่ ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่สีเขียวของประเทศให้ได้ร้อยละ 55 ตลอดจนเพื่อการมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065 ดังที่นายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้ในที่ประชุม COP26 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร
สำหรับ โครงการ "ต้นไม้ล้านต้น ล้านความดี" เป็นโครงการที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ดำเนินการ เพื่อเชิญชวนให้นักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืม กยศ. และสถานศึกษาทั่วประเทศ ที่มีมากกว่า 700,000 ราย ร่วมกันปลูกต้นไม้ รวมพลังในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงมีจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ซึ่งจะนำไปนับเป็นกิจกรรมจิตสาธารณะ ภายใต้เงื่อนไขการทำกิจกรรมสาธารณะ 36 ชั่วโมงต่อปีการศึกษา โดยการปลูกต้นไม้ 1 ต้น จะนับเป็นจิตสาธารณะ 2 ชั่วโมง ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นผู้ให้การสนับสนุน ทั้งนี้ สถานศึกษาสามารถขอรับพันธุ์กล้าไม้ได้จากศูนย์เพาะชำกล้าไม้ หรือสถานีเพาะชำกล้าไม้ ในสังกัดกรมป่าไม้ เพื่อใช้ในการดำเนินโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
