“วราวุธ” แนะ นบส.ทส. “มีวินัย ขยันหมั่นเพียร และซื่อสัตย์” ทำงานเพื่อประเทศชาติ เป็นที่พึ่งให้กับพี่น้องประชาชน
วันนี้ (11 สิงหาคม 2565) เวลา 13.30 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานในพิธีปิด และมอบประกาศนียบัตรพร้อมเข็มวิทยฐานะ โครงการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นบส.ทส.) รุ่นที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงฯ กล่าวรายงาน และมีคณะผู้บริหารฯ พร้อมด้วยผู้สำเร็จการฝึกอบรมจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ และหน่วยงานภายนอก รวม 46 คน เข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยหลักสูตร นบส.ทส. รุ่นที่ 1 ได้มีการฝึกอบรมไปเมื่อระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม - วันที่ 11 สิงหาคม 2565 และเป็นหลักสูตรที่สถาบันการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงฯ จัดขึ้นตามมาตรฐานหลักสูตรนักบริหารระดับสูง (ฉบับปี พ.ศ. 2563) ของสำนักงาน ก.พ. เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับข้าราชการสามารถเป็นนักบริหารระดับสูงที่มีศักยภาพในการบริหารงานท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง มีภาวะผู้นำ ทัศนคติ สมรรถนะ และขีดความสามารถ ตลอดจนคุณธรรม และจริยธรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป
นายวราวุธ ได้แสดงความยินดีและเป็นกำลังใจให้กับผู้สำเร็จการฝึกอบรมทุกคน โดยกล่าวว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ เปรียบเสมือนประตูสำคัญในการก้าวสู่การเป็นนักบริหารระดับสูง ที่ต้องมีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และต่อองค์กร ตลอดจนต้องมีความพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ และกำลังสมอง ในการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา และนำนโยบายต่าง ๆ ลงไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นที่เชิดหน้าชูตา และเป็นที่พึ่งให้กับพี่น้องประชาชน พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นย้ำว่า ความสำเร็จในการดำเนินงานของทุกกระทรวงและองค์กร ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน อีกทั้ง ได้แนะถึงหัวใจสำคัญ 3 ข้อ ในการปฏิบัติงาน ประกอบด้วย 1) การมีวินัยต่อตนเองและผู้อื่น 2) การมีความขยันหมั่นเพียร วิริยะอุตสาหะ และ 3) มีความซื่อสัตย์สุจริตทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และองค์กร ตลอดจนขอให้ทุกคนมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน ตั้งมั่นในการทำงานให้กับประเทศชาติและพี่น้องคนไทย รวมทั้งเปิดโลกทัศน์ อย่าจำกัดความรู้ ขยายวิสัยทัศน์ไปยังหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญต่อการทำงานในระบบราชการเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีลาภยศ หรือทรัพย์สินเงินทองมากน้อยเพียงใด เมื่อตายไป ย่อมเอาไปไม่ได้ แต่สิ่งที่จะทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลังได้ คือ ความดี ที่จะจารึกไว้ตราบนานเท่านาน
