“พล.ต.อ.พัชรวาท” นำคณะผู้บริหาร ทส. ร่วมรับมอบนโยบายนายกรัฐมนตรี เตรียมพร้อมจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567
วันนี้ (2 ตุลาคม 2566) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงฯ และคณะผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วมการประชุมสัมมนาการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จาก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ชั้น 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และผ่านระบบ Video Conference
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายและกรอบแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยในระยะสั้น รัฐบาลให้ความสำคัญ 3 ประการเร่งด่วน คือ การฟื้นฟูรายได้ การดูแลค่าใช้จ่ายของประชาชน และเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนในระยะยาว รัฐบาลตั้งใจที่จะทำให้เศรษฐกิจโตไปอย่างยั่งยืน ครอบคลุม 3 มิติ ได้แก่ การสร้างรายได้ การขยายโอกาส และการดูแลคุณภาพชีวิตและความมั่นคง โดยได้เน้นนโยบายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของภัยธรรมชาติ ได้แก่ การเตรียมตัวรับมือกับ El Nino การดูแลบริหารน้ำอย่างครบวงจร การใช้น้ำให้เกิดประโยชน์ การทำธนาคารน้ำใต้ดิน การเดินหน้าแก้ไขฝุ่น PM 2.5 อย่างเร่งด่วน และการเสนอ พ.ร.บ.อากาศสะอาดเข้าสู่สภา รวมถึงการวางแผนที่จะทำให้ประเทศไทยเป็น Carbon Neutral ภายในปี 2593 หรือ ค.ศ. 2050 ซึ่งที่ผ่านมา ในการประชุม UN ประเทศไทยได้ประกาศว่า ปีนี้รัฐบาลจะออก Sustainability Linked Bond ไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท เพื่อให้พันธบัตรนี้กระตุ้นให้องค์กร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันดำเนินนโยบายที่สร้างความยั่งยืน เนื่องจากการดำเนินการเรื่องทรัพยากรธรรมชาติเป็นเรื่องที่ต้องลงมือทำตั้งแต่วันนี้ และใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล ฉะนั้นจะรอช้าไม่ได้
นอกจากนี้ ในการทำงาน นายกรัฐมนตรี ยังขอให้ทุกหน่วยราชการทำงานอย่างขะมักเขม้น สร้างวิธีการทำงานที่เน้นผลลัพธ์ มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน และยึดโยงกับประชาชน สำหรับกรอบแนวทางการวางแผนใช้จ่ายงบประมาณปี 2567 ขอให้ทุกหน่วยงานพิจารณาตามกรอบความสำคัญ 5 ข้อ ได้แก่ 1) ทำงบประมาณตามนโยบายที่สัญญากับประชาชน 2) ทำอย่างบูรณาการ ลดความซ้ำซ้อน 3) ทำอย่างมีประสิทธิภาพและรักษาวินัยการเงินการคลัง 4) ทำอย่างมีตัวชี้วัดและเป้าหมาย และ 5) ทำให้ครบทุกแหล่งเงินทุน และยึดวินัยการเงินการคลัง พร้อมทั้ง ขอให้ทุกหน่วยงานจัดส่งงบประมาณให้สำนักงบประมาณภายในวันที่ 6 ตุลาคม 2566 ที่จะถึงนี้
