Loading...

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา

Provincial Office of Natural Resources and Environment Yala

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

ปลัดฯ จตุพร ร่วมงาน ESG Symposium 2023 ร่วม - เร่ง - เปลี่ยน สู่สังคมคาร์บอนต่ำ ในงาน Sustainability Expo 2023

ปลัดฯ จตุพร ร่วมงาน ESG Symposium 2023 ร่วม - เร่ง - เปลี่ยน สู่สังคมคาร์บอนต่ำ ในงาน Sustainability Expo 2023

ปลัดฯ จตุพร ร่วมงาน ESG Symposium 2023 ร่วม - เร่ง - เปลี่ยน สู่สังคมคาร์บอนต่ำ ในงาน Sustainability Expo 2023

วันนี้ (5 ตุลาคม 2566) เวลา 15.00 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะผู้บริหารในกระทรวงฯ เข้าร่วมรับฟังการเสนอข้อคิดเห็นต่อนายกรัฐมนตรี ในหัวข้อ “เปลี่ยนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ” ในงาน ESG Symposium 2023 “ร่วม เร่ง เปลี่ยนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ” ภายใต้งาน Sustainability Expo 2023 ณ ห้อง Plenary Hall ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ โดยมี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานรับฟังข้อเสนอทั้ง 4 ประเด็นจากผู้แทน เอสซีจี ได้แก่ 1) โมเดลสระบุรีแซนด์บ๊อกซ์ ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ 2) การผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เป็นวาระแห่งชาติ 3) การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และ 4) การเปลี่ยนไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างราบรื่น โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมกล่าวแสดงวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG (Environment, Social, Governance) เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ความยั่งยืน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกประทับใจที่ได้เห็นคนไทยทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ร่วมกันหาแนวทางทำให้ประเทศไทยเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งภาวะโลกเดือดส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของทุกชีวิตบนโลก สภาพอากาศสุดขั้วส่งผลต่อสุขภาพ ภัยแล้งรุนแรงมากขึ้น อาหารขาดแคลน นำไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับครัวเรือนจนถึงระดับมหภาค แต่อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่า หากทุกฝ่ายร่วมมือกันตามยุทธศาสตร์ ESG ที่เน้นสร้างเศรษฐกิจควบคู่กับสมดุลทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใส มุ่งสู่เป้าหมาย SDGs ของสหประชาชาติ เราจะสามารถช่วยกันกู้โลกให้กลับมาดีขึ้นได้ 

โดยในการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนประจำปี 2023 เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา สหประชาชาติได้กำหนดให้ช่วง 10 ปีนี้ เป็น ทศวรรษแห่งการลงมือทำ หรือ Decade of Action ประเทศไทยได้วางแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ได้แก่ 1) มุ่งมั่นพัฒนาที่ยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และไปให้ถึงกลุ่มรากหญ้า 2) ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมทางเพศ สำหรับประชากรทุกคนในประเทศ และให้ความสำคัญกับสิทธิด้านสุขภาพ และ 3) ผลักดันความร่วมมือทุกระดับ เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงส่งเสริมการเข้าถึงบริการพลังงานสะอาดในราคาที่เหมาะสม มีความน่าเชื่อถือ ภายในปี ค.ศ. 2030 พร้อมย้ำให้ทุกคนมั่นใจว่า วันนี้ประเทศไทยพร้อมเดินหน้าแก้วิกฤตสิ่งแวดล้อม โดยรัฐบาลบรรจุอยู่ในนโยบาย และมีแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ เพื่อให้ทุกภาคส่วนดำเนินงานอย่างบูรณาการร่วมกัน