‘พัชรวาท-ธรรมนัส’ ร่วม ‘ตำรวจ-กทม.’ ผนึกกำลังแก้ PM 2.5 ลดการเผาพื้นที่เกษตร คุมเข้มตรวจจับควันดำ ส่งคืนอากาศบริสุทธิ์ให้คนไทย
วันนี้ (19 ธันวาคม 2566) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ร.อ.รชฏ พิสิษฐบรรณกร ผู้ช่วย รมว.ทส. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. และคณะผู้บริหาร ทส. ประชุมหารือร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมว.กษ.) นายประยูร อินสกุล ปลัด กษ. คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับมาตรการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ภาคการเกษตร ณ ห้องประชุม 202 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร และสั่งการร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าหมายลดการเผาไหม้ในพื้นที่เกษตรกรรมลงร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ครอบคลุมพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ และพื้นที่อื่น ๆ ลดลงร้อยละ 10 เน้นการดำเนินงานเชิงรุกและเชิงรับ ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเกี่ยวกับการห้ามเผาอย่างเด็ดขาด โดยมีบทลงโทษที่เข้มงวดและชัดเจน จัดทำมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม แต่ละจังหวัดต้องมีการลงทะเบียนเกษตรกรและจำนวนพื้นที่เพาะปลูกทั้งในพื้นที่เกษตรและพื้นที่ป่าเพื่อทำปฏิทินและเงื่อนไขในการบริหารจัดการเชื้อเพลิง สนับสนุนการบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรด้วยวิธีอื่น การสร้างระบบการรับซื้อหรือตั้งศูนย์รับซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรบริเวณใกล้เคียง 11 ป่าอนุรักษ์ 10 ป่าสงวนแห่งชาติ หรือพื้นที่เกษตรไฟไหม้ และสนับสนุนเครื่องจักรกลต่าง ๆ เพื่อจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร
จากนั้น พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ พร้อมคณะผู้บริหาร ทส. ได้ประชุมหารือร่วมกับ พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้แทนจากกทม. และผู้แทนจากกรมการขนส่งทางบก ในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่เกี่ยวกับการจราจร และการตรวจจับผู้กระทำผิดจากการเผา ณ ห้องประชุม ชั้น 20 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และต้องอาศัยความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เราต้องร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อส่งคืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับประชาชน โดยได้เห็นพ้องร่วมกันสำหรับแนวทางการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 จากภาคการจราจร ที่ถือเป็นสาเหตุหลักในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้มีมาตรการเพิ่มจุดตรวจตรวจจับควันดำให้ครอบคลุมพื้นที่วิกฤต เข้มงวดวินัยการจราจร เข้มงวดการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี พิจารณาการตรึงพื้นที่ลดจำนวนรถบรรทุกและรถโดยสารเข้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในในช่วงวิกฤต มาตรการลดภาษีประจำปีของ รถ EV เพื่อจูงใจให้หันมาใช้รถพลังงานทางเลือกมากขึ้น รวมถึงเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการเผา จับกุมผู้กระทำผิด และมีบทลงโทษโดยใช้อัตราโทษสูงสุด
