“ปลัด ทส.” นั่งหัวโต๊ะประชุม กก.สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เดินหน้าพิจารณา EIA โครงสร้างพื้นฐาน พร้อมหารือคุมเข้มนำเข้าแบตเตอรี่ EV ใช้แล้ว
วันนี้ (12 มีนาคม 2569) เวลา 14.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
ที่ประชุมได้พิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญหลายโครงการ อาทิ โครงการถนนสาย สค.2055 แยกทางหลวงหมายเลข 35 – เมืองสมุทรสงคราม ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงคราม ของกรมทางหลวงชนบท โครงการทางหลวง 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 201 ช่วงแยกทางหลวงหมายเลข 12 (บ้านโนนหัน) – อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ของกรมทางหลวง รวมถึงโครงการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและน้ำเย็นสำหรับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ส่วนขยายครั้งที่ 3) นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมอื่น ๆ ที่นำเสนอเข้าสู่การพิจารณา ได้แก่ โครงการปรับปรุงขยายท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช โครงการรถไฟทางคู่ช่วงเด่นชัย – เชียงใหม่ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานบึงกาฬ ของกรมท่าอากาศยาน
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้รับทราบความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Thai Rice: Strengthening Climate-Smart Rice Farming Project) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (GIZ) รวมทั้งพิจารณาแนวทางการควบคุมการนำเข้าแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แล้วเข้าสู่ราชอาณาจักร เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและให้สอดคล้องกับมาตรการบริหารจัดการของเสียอันตรายของประเทศ ตลอดจนรับทราบผลการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท สมัยที่ 6 และข้อเสนอการดำเนินงานตามมติที่ประชุม
ด้านดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า การประชุมครั้งนี้มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศควบคู่การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม
โดยเฉพาะการกำหนดแนวทางควบคุมการนำเข้าแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แล้ว เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านมลพิษและยกระดับการจัดการของเสียอันตรายของประเทศ รวมถึงการเห็นชอบรายงาน EIA โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของภาครัฐ เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจและระบบคมนาคมเดินหน้าไปควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
