Loading...

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา

Provincial Office of Natural Resources and Environment Yala

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

“สุชาติ รมว.ทส.” ลงพื้นที่เชียงใหม่ต่อเนื่องวันที่ 2 รุกยุทธศาสตร์ "14 กลุ่มป่าไร้รอยต่อ" ชูพลังคนในพื้นที่คือหัวใจสำคัญ พร้อมยกระดับมาตรการเข้มคืนอากาศบริสุทธิ์

“สุชาติ รมว.ทส.” ลงพื้นที่เชียงใหม่ต่อเนื่องวันที่ 2 รุกยุทธศาสตร์ "14 กลุ่มป่าไร้รอยต่อ" ชูพลังคนในพื้นที่คือหัวใจสำคัญ พร้อมยกระดับมาตรการเข้มคืนอากาศบริสุทธิ์

“สุชาติ รมว.ทส.” ลงพื้นที่เชียงใหม่ต่อเนื่องวันที่ 2 รุกยุทธศาสตร์ "14 กลุ่มป่าไร้รอยต่อ" ชูพลังคนในพื้นที่คือหัวใจสำคัญ พร้อมยกระดับมาตรการเข้มคืนอากาศบริสุทธิ์

วันนี้ (31 มีนาคม 2569) เวลา 10.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า ณ ห้องประชุมพิทักษ์ไพร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) และผ่านระบบ VDO Conference เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหัวหน้ากลุ่มป่าเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายสุชาติ เปิดเผยถึงสถานการณ์ล่าสุดว่า แม้สภาพอากาศจะแห้งแล้งจัดและความชื้นสัมพัทธ์ต่ำซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการลุกลามของไฟป่า แต่จากการทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ส่งผลให้สถิติจุดความร้อน (Hotspot) ลดลงกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ รมว.ทส. ได้กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติงานอย่างเสียสละ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด อีกทั้งแสดงความเป็นห่วงถึงสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่หน้างานที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ จึงได้สั่งการให้เร่งสับเปลี่ยนกำลังพลโดยนำเจ้าหน้าที่จากภูมิภาคอื่นมาช่วยเสริมทัพเพื่อลดความอ่อนล้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน พร้อมกำชับด่วนที่สุดให้เร่งส่งเฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ลำ ไปสนับสนุนภารกิจดับไฟที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเพื่อระงับสถานการณ์ให้ได้ก่อนช่วงเที่ยงวันนี้

พร้อมกันนี้ เน้นย้ำว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการคืนอากาศบริสุทธิ์ให้แก่ประชาชนอย่างสูงสุด โดยในส่วนของกระทรวงฯ ได้มอบนโยบายยกระดับการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า โดยเน้นการดำเนินงานเชิงรุกอย่างเข้มข้น ครอบคลุมทุกมิติ ภายใต้หลัก “รวดเร็ว ตรงเป้า มีประสิทธิภาพ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ดังนี้ 
1.    บริหารจัดการไฟป่าแบบบูรณาการ “14 กลุ่มป่าแปลงใหญ่” ทำงานไร้รอยต่อ ใช้ระบบ Single Command และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นศูนย์กลาง
2.    ผนึกกำลังชุมชน ตั้งจุดเฝ้าระวัง 3,895 จุดทั่วประเทศ พร้อมปฏิบัติการเชิงรุกเข้าถึงกลุ่มเสี่ยง อีกทั้งระดมชุดปฏิบัติการพิเศษ เสือไฟและเหยี่ยวไฟ ชุดลาดตระเวน จุดตรวจ
และจุดสกัด ในพื้นที่เสี่ยง ตามกลยุทธ์ ตรึงพื้นที่ สร้างระบบการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่อาวุโสกับบุคลากรรุ่นใหม่เพื่อลดความเสี่ยงจากการหักโหม ตลอดจนกำหนดรางวัลและคำชมเชยแก่หน่วยงานที่ลดสถิติจุดความร้อน (Hotspot) ได้อย่างมีนัยสำคัญเพื่อถอดบทเรียนความสำเร็จ
3. เสริมปฏิบัติการทางอากาศ ใช้เฮลิคอปเตอร์และโดรนเข้าควบคุมไฟในพื้นที่วิกฤต 

4. ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อมโยงศูนย์สั่งการทุกระดับแบบเรียลไทม์
5. ปิดพื้นที่ป่าเสี่ยง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ลักลอบเผาป่า
6. สื่อสารข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลดผลกระทบต่อประชาชน

นอกจากนี้ นายสุชาติ เน้นย้ำด้วยว่า คนในพื้นที่ คือ ผู้ที่อยู่กับป่าและเข้าใจสภาพพื้นที่ดีที่สุด อีกทั้งเป็นหูเป็นตาให้เราได้และเข้าถึงจุดเสี่ยงได้เร็ว จำเป็นต้องสร้างความรับรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดควบคู่การสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง 

สุดท้ายนี้ รมว.ทส. ได้ขอบคุณสภาลมหายใจภาคเหนือ ภาคเอกชน และประชาชนทุกภาคส่วนที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป